ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด สัปดาห์หน้าค่าบาทเคลื่อนไหวที่ 30.60-30.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ แนะติดตามสัญญาณการประนีประนอมระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวแก้ปัญหา Fiscal Cliff ของสหรัฐฯบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบที่จำกัดใกล้ 30.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทรับข่าวในเชิงบวกช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์จากการบรรลุข้อตกลงแก้ปัญหาหนี้ของกรีซ ก่อนจะล้างช่วงบวกทั้งหมด และกลับไปอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลต่อการแก้ภาวะหน้าผาทางการคลังของสหรัฐฯ (Fiscal Cliff) ที่กระตุ้นแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ดี เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นตามทิศทางเงินยูโรและเงินเอเชียในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางธุรกรรมที่ค่อนข้างเบาบางและยังขาดปัจจัยใหม่ๆ ในตลาด * ในวันศุกร์ (30 พ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 30.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดในวันศุกร์ก่อนหน้า (23 พ.ย.)สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (3-7 ธ.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.60-30.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องติดตามสัญญาณการประนีประนอมระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวเพื่อแก้ปัญหา Fiscal Cliff ของสหรัฐฯ ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงต้นเดือนธ.ค. ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน ดัชนี ISM ภาคการผลิตและบริการเดือนพ.ย. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน รายจ่ายด้านการก่อสร้างเดือนต.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดคงจับตาเหตุการณ์สำคัญอื่นๆ ประกอบด้วย ได้แก่ การประชุมยูโรกรุ๊ป และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางอีกหลายประเทศ อาทิ อังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
Friday, November 30, 2012
คาดสัปดาห์หน้าค่าบาทเคลื่อนไหวที่ 30.60-30.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ
คาดสัปดาห์หน้าค่าบาทเคลื่อนไหวที่ 30.60-30.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด สัปดาห์หน้าค่าบาทเคลื่อนไหวที่ 30.60-30.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ แนะติดตามสัญญาณการประนีประนอมระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวแก้ปัญหา Fiscal Cliff ของสหรัฐฯบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบที่จำกัดใกล้ 30.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทรับข่าวในเชิงบวกช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์จากการบรรลุข้อตกลงแก้ปัญหาหนี้ของกรีซ ก่อนจะล้างช่วงบวกทั้งหมด และกลับไปอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลต่อการแก้ภาวะหน้าผาทางการคลังของสหรัฐฯ (Fiscal Cliff) ที่กระตุ้นแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ดี เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นตามทิศทางเงินยูโรและเงินเอเชียในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางธุรกรรมที่ค่อนข้างเบาบางและยังขาดปัจจัยใหม่ๆ ในตลาด * ในวันศุกร์ (30 พ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 30.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดในวันศุกร์ก่อนหน้า (23 พ.ย.)สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (3-7 ธ.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.60-30.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องติดตามสัญญาณการประนีประนอมระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวเพื่อแก้ปัญหา Fiscal Cliff ของสหรัฐฯ ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงต้นเดือนธ.ค. ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน ดัชนี ISM ภาคการผลิตและบริการเดือนพ.ย. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน รายจ่ายด้านการก่อสร้างเดือนต.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดคงจับตาเหตุการณ์สำคัญอื่นๆ ประกอบด้วย ได้แก่ การประชุมยูโรกรุ๊ป และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางอีกหลายประเทศ อาทิ อังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด สัปดาห์หน้าค่าบาทเคลื่อนไหวที่ 30.60-30.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ แนะติดตามสัญญาณการประนีประนอมระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวแก้ปัญหา Fiscal Cliff ของสหรัฐฯบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบที่จำกัดใกล้ 30.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทรับข่าวในเชิงบวกช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์จากการบรรลุข้อตกลงแก้ปัญหาหนี้ของกรีซ ก่อนจะล้างช่วงบวกทั้งหมด และกลับไปอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลต่อการแก้ภาวะหน้าผาทางการคลังของสหรัฐฯ (Fiscal Cliff) ที่กระตุ้นแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ดี เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นตามทิศทางเงินยูโรและเงินเอเชียในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางธุรกรรมที่ค่อนข้างเบาบางและยังขาดปัจจัยใหม่ๆ ในตลาด * ในวันศุกร์ (30 พ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 30.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดในวันศุกร์ก่อนหน้า (23 พ.ย.)สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (3-7 ธ.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.60-30.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องติดตามสัญญาณการประนีประนอมระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวเพื่อแก้ปัญหา Fiscal Cliff ของสหรัฐฯ ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงต้นเดือนธ.ค. ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน ดัชนี ISM ภาคการผลิตและบริการเดือนพ.ย. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน รายจ่ายด้านการก่อสร้างเดือนต.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดคงจับตาเหตุการณ์สำคัญอื่นๆ ประกอบด้วย ได้แก่ การประชุมยูโรกรุ๊ป และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางอีกหลายประเทศ อาทิ อังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment